Skip to main content
Donate Now

ประเทศไทย: สอบสวนการโจมตีออนไลน์ต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

คุ้มครองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนักสิทธิมนุษยชนชายแดนใต้ที่ถูกคุกคาม

อังคณา นีละไพจิตรแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับการโจมตีออนไลน์ต่อเธอ, 31 กรกฎาคม 2569  © 2569 ส่วนตัว

(กรุงเทพฯ) – ทางการไทยควรดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพโดยทันที เพื่อคุ้มครองสมาชิกรัฐสภาราษฎรคนสำคัญ คือ อังคณา นีละไพจิตร และรอมฎอน ปันจอร์ รวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน อัญชนา หีมมิหน๊ะ ซึ่งทั้งสามคนกำลังเผชิญกับคำขู่ฆ่า และการโจมตีออนไลน์ ฮิวแมนไรท์วอท์ชกล่าวในวันนี้ 

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 อังคณา ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แจ้งความต่อตำรวจในกรุงเทพฯ ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยระบุว่ามีโพสต์จำนวนมากบนโซเชียลมีเดียกล่าวหาว่าเธอไม่รักชาติ และเห็นอกเห็นใจกลุ่มแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น บางโพสต์ระบุว่าเธอควรถูกฆ่า หรือบังคับสูญหาย มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และแคมเปญสร้างความเกลียดชังในลักษณะคล้ายกันบนโซเชียลมีเดียต่อ อัญชนา ผู้ก่อตั้งกลุ่มสิทธิมนุษยชนด้วยใจ และ รอมฎอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน

“ทางการไทยควรสอบสวนอย่างเร่งด่วน และเป็นธรรมเกี่ยวกับการโจมตีออนไลน์ รวมถึงคำขู่ฆ่า ต่ออังคณา อัญชนา และรอมฎอน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากการทำงานปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย” อีเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียของฮิวแมนไรท์วอท์ชกล่าว “ผู้ที่รับผิดชอบต่อการขู่คุกคามที่ร้ายแรงควรต้องถูกนำตัวมาลงโทษ โดยไม่คำนึงถึงสังกัด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” 

การโจมตีออนไลน์ต่ออังคณา อัญชนา และรอมฎอน ทวีความรุนแรงมากขึ้นนับตั้งแต่กลุ่มก่อความไม่สงบก่อเหตุโจมตีที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ซึ่งทำให้ทหารเสียชีวิต 5 นาย และพลเรือนบาดเจ็บ 6 คน โพสต์บางส่วนบนโซเชียลมีเดียที่มีลักษณะคุกคาม และดูหมิ่นมาจากบัญชีที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลไทย อนึ่ง เมื่อเดือนมิถุนายน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จ่ายค่าชดเชยให้อังคณา และอัญชนา จากความเสียหายที่เกิดจากแคมเปญสร้างภาพลักษณ์เชิงลบ 

ผู้ที่พูดออกมาเพื่อสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมเชื้อสายมาลายู ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงสงขลา ซึ่งรัฐบาลไทยต่อสู้กับกลุ่มก่อความไม่สงบบีอาร์เอ็นมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ต้องเผชิญกับอันตรายร้ายแรง ฮิวแมนไรท์วอท์ชกล่าว การโจมตีออนไลน์ดูเหมือนจะนำไปสู่ความรุนแรงในชีวิตจริง 

เมื่อเดือนมีนาคม 2547 สมชาย นีละไพจิตร สามีของอังคณา ซึ่งเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ถูกลักพาตัว และจนถึงวันนี้ยังไม่พบศพ โดยมีหลักฐานชี้ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าต้องการตอบโต้ที่สมชายผลักดันการดำเนินคดีความเกี่ยวกับการทรมานผู้ต้องสงสัยมุสลิมที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา มีการโจมตีหลายครั้ง รวมถึงการคุกคาม การข่มขู่ การทำร้ายร่างกาย การบังคับให้สูญหาย การสังหาร และการดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมที่มุ่งเป้าไปยังนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยไม่มีกรณีใดเลยที่ทางการไทยแก้ไขได้สำเร็จ รวมถึงการพยายามลอบสังหารกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชาวมุสลิม และทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนราธิวาส เมื่อเดือนเมษายน ทางการได้ออกหมายจับอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหาร 3 คนในคดีนี้

ฮิวแมนไรท์วอท์ช ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อกระบวนการตรวจสอบสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามวงรอบของภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระที่ 53 ซึ่งมีกำหนดจะตรวจสอบประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน ว่า รัฐบาลไทยทุกชุดที่ ผ่านมาล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธกรณีในการรับประกันว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนสามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเอื้ออำนวย ตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน อนึ่ง ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติแสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานคำขู่ฆ่า และการโจมตีออนไลน์ต่ออังคณา และสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาอาวุโสของฮิวแมนไรท์วอท์ช ซึ่งเป็นผลจากความคิดเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

ประเทศไทยได้เป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในปี 2568 และถูกคาดหวังว่าจะ “ยึดมั่นในมาตรฐานสูงสุดในการคุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน” 

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ควรให้คำมั่นที่จะจัดการกับการโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และรับประกันว่าข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการขู่ และการคุกคามจะได้รับการสอบสวนอย่างรวดเร็ว และเป็นอิสระ รัฐบาลไทยควรส่งข้อความที่ชัดเจนว่าไม่อดทนกับการขู่ที่จะใช้ความรุนแรง ฮิวแมนไรท์วอท์ชกล่าว 

“รัฐบาลที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานของสหประชาชาติควรกดดันนายกรัฐมนตรีอนุทินให้นำผู้ที่ขู่ หรือโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนมารับผิด” เพียร์สันกล่าว “ประเทศไทยควรแสดงให้โลกเห็นว่าสมควรได้รับสถานะสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ”

Your tax deductible gift can help stop human rights violations and save lives around the world.

Topic