Skip to main content
Donate Now

ประเทศไทย: นักการเมืองฝ่ายค้าน 44 คน เสี่ยงถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

ยุติการฟ้องร้องนักการเมืองที่เสนอปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

Members of the People's Party at a campaign rally at Samyan Mitrtown Hall in Bangkok, Thailand, January 11, 2026. © 2026 Teera Noisakran/Sipa USA via AP Photo

(กรุงเทพฯ) – ทางการไทยจะดำเนินคดีนักการเมืองฝ่ายค้าน 44 คน ในข้อหาเสนอร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (มาตรา 112) ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ฮิวแมนไรทส์วอท์ชกล่าววันนี้

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้รับคำร้องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่กล่าวหานักการเมือง 44 คน จากพรรคก้าวไกล (ซึ่งถูกยุบแล้ว) ว่าล้มเหลวในการ “รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ด้วยการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

“การดำเนินคดีกับนักการเมืองฝ่ายค้านเหล่านี้ ทางการไทยกำลังส่งสัญญาณที่น่าหวั่นวิตกว่ากฎหมาย ‘หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ’ ที่ใช้ในทางมิชอบของประเทศนี้ ได้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์พอ ๆ กับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่กฎหมายนี้มีไว้เพื่อปกป้อง” อีเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรทส์วอท์ช กล่าว “คดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองนี้ เป็นอีกหนึ่งการโจมตีต่อความพยายามที่กำลังสั่นคลอนของไทยในการฟื้นฟูการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปกครองระบอบประชาธิปไตย”

สมาชิกพรรคก้าวไกลเดิม 44 คน ที่ถูกกล่าวหานี้รวมถึง ส.ส. ฝ่ายค้านที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งใหม่ 10 คน จากพรรคประชาชน รวมถึงหัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และสมาชิกคนสำคัญอื่น ๆ 

การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งมีโทษจำคุกระหว่าง 3 ถึง 15 ปี สำหรับความผิดแต่ละกรรม เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเกินสมควร ฮิวแมนไรทส์วอท์ชกล่าว

นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 ไทยได้ดำเนินคดีกับประชาชนอย่างน้อย 1,997 คน ในข้อหาใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ รวมถึงอย่างน้อย 291 คดีที่เป็นข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทางการไทยมักกักขังนักวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเวลาหลายเดือนก่อนการพิจารณาคดี โดยไม่ให้ประกันตัว

การวิจารณ์การใช้ข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในทางมิชอบเพื่อปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออก นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ร้ายแรง ฮิวแมนไรทส์วอท์ชกล่าว เมื่อเดือนมกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการรณรงค์ของนักการเมืองฝ่ายค้านเพื่อแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นการพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ จากมูลเหตุนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้ยุบพรรคก้าวไกลในเดือนสิงหาคม 2567 และสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของผู้บริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญากรุงเทพฯ สั่งจำคุกนักกิจกรรมเสรีภาพในการแสดงออก พิมพ์ศิริ เพชรน้ำรอบ เป็นเวลา 32 เดือน ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากคำปราศรัยที่อ้างอิงคำแถลงของผู้เชี่ยวชาญแห่งสหประชาชาติด้านเสรีภาพในการแสดงออกในปี 2560 ว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่ควรมีอยู่ในประเทศประชาธิปไตย

การลงโทษนักการเมือง 44 คนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเพียงใด โดยเฉพาะการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต จะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่ม และการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง ซึ่งได้รับการคุ้มครองภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยให้สัตยาบันเมื่อปี 2539 ฮิวแมนไรทส์วอท์ชกล่าว

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามการปฏิบัติตามกติกา ICCPR ได้ระบุในความเห็นทั่วไป (General Comment) หมายเลข 34 ว่ากฎหมายเช่นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ “ไม่ควรมีโทษที่รุนแรงกว่า เพียงเพราะตัวตนของผู้ที่ถูกกล่าวหา” และรัฐบาล “ไม่ควรห้ามการวิจารณ์สถาบันต่าง ๆ”

ประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกปัจจุบันของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้สนับสนุนข้อเสนอแนะหลายประการเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกในการทบทวนสากลตามวงรอบ (UPR) ปี 2564 แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการนำไปปฏิบัติ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนจะตรวจสอบประเทศไทยครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน

“สหประชาชาติและรัฐบาลที่ห่วงใยควรเรียกร้องให้ประเทศไทยส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพพื้นฐานอื่น ๆ แทนที่จะปราบปราม” เพียร์สันกล่าว “รัฐบาลไทยสามารถตอบสนองอย่างเข้มแข็งได้ด้วยการยุติคดีต่อนักการเมืองฝ่ายค้าน 44 คน และเริ่มการหารืออย่างจริงจังและเปิดเผยเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”

Your tax deductible gift can help stop human rights violations and save lives around the world.

Topic