Skip to main content
Donate Now

ประเทศไทย: ความถดถอยด้านสิทธิของรัฐบาล

รัฐบาลใหม่ไม่สามารถยุติการกดขี่ ไม่ปฏิรูปอย่างจริงจัง

นายอนุทินชาญวีรกุลนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ วันที่ 12 ธันวาคม 2568  © 2025 ชนากานต์ เหล่าสารคาม/AFP via Getty Images

(กรุงเทพฯ) – รัฐบาล ไทย ภายใต้นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แทบไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศ ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวในวันนี้ ใน รายงานระดับโลกประจำปี 2569

มีกำหนดจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ยังมีข้อกังวลสำคัญ รวมทั้งการแทรกแซงการเมืองของศาล การกดขี่ต่อเสรีภาพในการแสดงออก และการปฏิบัติที่แตกต่างกันเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัย 

“นายกรัฐมนตรี อนุทิน ควรใช้มาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขความถดถอยด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย” อีเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว “รัฐบาลไทยที่ผ่านมาให้คำมั่นที่จะส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แต่การกดขี่และการปฏิบัติมิชอบยังคงเกิดขึ้นต่อไป” 

ในรายงานระดับโลก ปีที่ 36 ความยาว 529 หน้า ฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ทบทวนการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในกว่า 100 ประเทศ ในบทนำของรายงาน ผู้อำนวยการบริหาร ฟิลิปป์ โบโลปิออน เขียนว่า การทำลายอำนาจของเผด็จการที่แพร่ขยายไปทั่วโลก เป็นปัญหาที่ท้าทายของคนในรุ่นเรา ในขณะที่ระบบสิทธิมนุษยชนถูกคุกคามอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนโดยรัฐบาลทรัมป์และมหาอำนาจระดับโลกอื่น ๆ โบโลปิออน เรียกร้องให้ประเทศประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิ และภาคประชาสังคม จับมือกันในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

  • หลังถูกปกครองด้วยระบอบทหารมาหลายปี รัฐบาลจากการเลือกตั้งของประเทศไทยมักมีอายุสั้น เนื่องจากการแทรกแซงของศาล ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าคลิปการสนทนาทางโทรศัพท์ กับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ในขณะที่ทั้งสองประเทศอยู่ระหว่างที่กำลังจะทำสงครามต่อกัน เป็น “การละเมิดจริยธรรม” 
  • ทางการไทยออกมาตรการจำกัดที่เข้มงวดต่อการพูดเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ โดยมีประชาชนเกือบ 2,000 คนที่ถูกดำเนินคดีอาญา จากการใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก และการชุมนุมอย่างสงบ นายกรัฐมนตรี อนุทิน จากพรรคภูมิใจไทย ต่อต้านข้อเสนอที่จะปฏิรูปกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ และกฎหมายที่อภัยโทษคนที่ถูกดำเนินคดีในข้อหานี้ 
  • ทางการไทยได้จับกุมและบังคับส่งกลับผู้แสวงหาที่ลี้ภัยและผู้ลี้ภัย ไปยังประเทศที่เสี่ยงจะถูกประหัตประหาร โดยเพิกเฉยอย่างสิ้นเชิงต่อข้อกังวลขององค์การสหประชาชาติ รัฐบาลต่างประเทศ และกลุ่มสิทธิมนุษยชน ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลแพทองธารส่งชายชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปประเทศจีน ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ทางการไทยบังคับส่งกลับ อี ควิน เบดั้บ นักกิจกรรมด้านศาสนาที่มีชื่อเสียงชนเผ่ามองตานญาด ไปเวียดนาม
  • นับเป็นก้าวย่างในเชิงบวกที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในค่ายที่พักพิงตามพรมแดน ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 
  • การปะทะกันที่พรมแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ทั้งในช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม และ 8-27 ธันวาคม ส่งผลให้พลเรือนบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งเด็ก และสร้างความเสียหายให้กับวัตถุของพลเรือน สถานพยาบาล และสถานที่สำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรม 

ประเทศไทยควรใช้ประโยชน์จากการเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เริ่มตั้งแต่ปี 2568 เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว

Every piece on our website is resource intensive. If you donate whatever you can today, we will use it to continue investigating abuses and advocate for change in 100+ countries.