มีรายงานข่าวว่า สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นักเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์คนสำคัญของไทย และคนสนิทสองคน ถูกอุ้มหายที่เวียงจันทน์ เมื่อเดือนธันวาคม 2561 

© 2018 Private
(นิวยอร์ก) – รัฐบาลลาวควรสอบสวนการหายตัวไปของนักเคลื่อนไหวจากไทยสามคนอย่างเร่งด่วน มีผู้พบเห็นพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายที่กรุงเวียงจันทน์ในเดือนธันวาคม 2561 ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวในวันนี้ ในวันที่ 22 มกราคม 2562 ทางการไทยแจ้งต่อฮิวแมนไรท์วอทช์ว่า ผลการตรวจตัวอย่างดีเอ็นเอของศพที่พบในแม่น้ำโขง ตรงกับนักเคลื่อนไหวที่หายตัวไปสองคน ได้แก่ ภู ชนะและสหายกาสะลอง

สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ อายุ 78 ปี นักเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์คนสำคัญของไทย และคนสนิทสองคน ได้แก่ ภู ชนะ อายุ 54 ปี และสหายกาสะลอง อายุ 47 ปี หายตัวไประหว่างอยู่ที่เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เพื่อนร่วมงานของพวกเขาได้แจ้งความการหายตัวไปของพวกเขาโดยทันที

การพิสูจน์อัตลักษณ์ศพภู ชนะและสหายกาสะลองที่ถูกพบเมื่อวันที่ 26 และ 27 ธันวาคมตามลำดับ ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับตัวสุรชัย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว เนื่องจากทั้งสองศพมีสภาพที่มือและเท้าถูกมัด ใบหน้าถูกตีจนแหลกเหลว จำไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีการคว้านท้องศพและเทปูนใส่เข้าไปแทน

“ดูเหมือนว่ารัฐบาลลาวจงใจปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการลักพาตัว และการสังหารนักเคลื่อนไหวจากไทยอย่างโหดเหี้ยม” แบรด อดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว “ทางการลาวต้องสอบสวนอย่างน่าเชื่อถือ และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีอันโหดเหี้ยมนี้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลอย่างมากต่อชะตากรรมของนักเคลื่อนไหวจากไทยที่ลี้ภัยในลาว”

สองวันก่อนกองทัพไทยจะทำรัฐประหารและยึดอำนาจในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 สุรชัยได้หนีไปลาว เพื่อหลบเลี่ยงการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และรัฐบาลทหารไทยกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังต่อต้านรัฐบาล ระหว่างอยู่ในลาว สุรชัยพร้อมกับนักเคลื่อนไหวที่หายตัวไปคนอื่น ๆ ยังคงจัดรายการวิทยุออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์ระบอบปกครองของทหารในไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอย่างรุนแรง ที่ผ่านมารัฐบาลไทยเรียกร้องให้ทางการลาวส่งตัวสุรชัยและนักเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์อื่น ๆ จากไทยกลับคืนมาให้ โดยล่าสุดได้มีการร้องขอเมื่อตอนที่นายกรัฐมนตรีไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเยือนกรุงเวียงจันทน์ในวันที่ 13 ธันวาคม

ที่ผ่านมา รัฐบาลลาวไม่ได้สอบสวนอย่างจริงจังต่อการหายตัวไปก่อนหน้านี้ของนักเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อาศัยอยู่ในเวียงจันทน์ ได้แก่ อิทธิพล สุขแป้นที่หายตัวไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 และวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณที่หายตัวไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ไม่มีสำนักงานในลาวซึ่งให้การคุ้มครองกับผู้ลี้ภัย รัฐบาลลาวยังไม่อนุญาตให้สำนักงานภูมิภาคของ UNHCR ที่กรุงเทพฯ เข้าไปดำเนินการคุ้มครองคนไทยที่หลบหนีการปราบปรามทางการเมืองไปยังประเทศลาว

“รัฐบาลลาวมีพันธกรณีที่จะต้องสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสุรชัยและนักเคลื่อนไหวจากไทยคนอื่น ๆ ซึ่งหายตัวไปในลาว” อดัมส์กล่าว “รัฐบาลต่างประเทศและแหล่งทุนควรกดดันรัฐบาลให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อสอบสวนกรณีเหล่านี้ และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนรับผิดชอบทุกคน”