October 28, 2004

เราขอให้รัฐบาลของท่านดำเนินการสอบสวนทางอาญา ที่เป็นอิสระ และเป็นกลางในทันทีต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของการเสียชีวิตของประชาชนอย่างน้อย 85 คน ที่จังหวัดนราธิวาส โดย 7 คน ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยิงเสียชีวิต และอีกอย่างน้อย 78 คน เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ หรือถูกกดทับจนเสียชีวิต ในระหว่างที่มีการนำตัวไปยังสถานที่สำหรับควบคุมตัว ขณะที่ประชาชนอย่างน้อย 1,200 คนถูกควบคุมตัวเอาไว้ในค่ายทหาร โดยไม่สามารถได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย รวมทั้ง ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการที่บุคคลเหล่านนั้นจะได้รับการดูแลทางการแพทย์ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นอย่างมาก ในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม โดยนับจากต้นปีถึงขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 คนแล้ว

รัฐบาลของท่านควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ และเร่งด่วนต่อผู้ที่รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตดังกล่าว โดยไล่ตามสายบังคับบัญชาไปจนถึงระดับสูงสุด รวมทั้งยังควรที่จะชดเชยค่าเสียหายอย่างเหมาะสม และเป็นธรรมต่อเหยื่อที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงละเมิดสิทธิมนุษยชน

นับจากที่รัฐบาลของท่านเข้ารับตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มการใช้ความรุนแรงอย่างเกินกว่าเหตุ และได้ปฏิบัติการในลักษณะที่อยู่เหนือกฎหมาย โดยเฉพาะในภาคใต้ของประเทศไทย ดังจะเห็นได้จาก 1) การไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ให้อำนาจเหนือกฎหมายสังหารประชาชนมากกว่า 2000 คน ในระหว่างที่มีการประกาศสงครามต่อต้านยาเสพติด [เมื่อปีที่แล้ว] 2) การไม่แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการสังหารกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกว่า 110 คน ซึ่งบุคคลเหล่านั้น ส่วนใหญ่มีอาวุธเพียงมีด และจำนวนหนึ่งเป็นวัยรุ่น [ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และจังหวัดสงขลา] เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา และ 3) การไม่แสดงความรับผิดชอบต่อการหายตัวของนายสมชาย นีละไพจิตร เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่า ถูกลักพาตัว และสังหารโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งนี้ นายสมชาย นีละไพจิตร เป็นทนายความของผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับการก่อการร้าย [ในภาคใต้ของประเทศไทย] เหตุการณ์เหล่านี้ได้นำไปสู่การเกิดบรรยากาศของสภาวะเหนือกฎหมาย ซึ่งดูเหมือนว่า จะเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่จังหวัดนราธิวาส ในสัปดาห์นี้

ข้อมูลเบื้องต้นที่องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ได้รับ ชี้ให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการสลายการชุมนุม ที่บริเวณหน้าสถานนีตำรวจภูธรตากใบ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา คำยืนยันของท่านทันทีที่เหตุการณ์ยุติลงนั้น ขัดแย้งกับรายงานของสื่อมวลชน และพยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารยิงปืนที่บรรจุกระสุนจริงเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งไม่ได้กระทำการที่จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อเจ้าหน้าที่ หรือผู้ใดเลย นอกจากผู้ชุมนุมประท้วง 7 คนที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว เรายังได้รับรายงานว่า ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนอีกหลายคน พยานที่เห็นเหตุการณ์ และผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงกล่าวว่า มีการทุบตีผู้ชุมนุมประท้วงภายหลังจากที่ถูกควบคุมตัว และหลังจากนั้น ก็ถูกจับโยนขึ้นไปกองสุมซ้อนๆ กัน 4 ถึง 5 คนบนรถบรรทุกทหาร ในลักษณะที่หน้าคว่ำอยู่กับพื้นรถ ทั้งนี้ รายงานการชันสูตรศพเบื้องต้น ระบุว่า การเสียชีวิตของผู้ที่ถูกควบคุมตัวบางคนเกิดจากการที่คอหัก

หลักการพื้นฐานของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลัง และการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย กำหนดว่า ก่อนที่จะใช้กำลังในการปฏิบัติหน้าที่นั้น เจ้าหน้าที่จะต้องใช้มาตรการที่ไม่รุนแรงให้ถึงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เสียก่อน และเมื่อการใช้กำลังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และใช้ความยับยั้งชั่งใจ เพื่อให้การใช้กำลังดังกล่าวเป็นไปอย่างเหมาะสมกับเหตุความร้ายแรงของสถานการณ์ ซึ่งความชอบธรรมของวัตถุประสงค์ในการใช้กำลังนั้น อยู่ที่การพยายามรักษาชีวิต [ของผู้ที่เกี่ยวข้อง] โดยดำเนินการให้เกิดความเสียหาย และการบาดเจ็บน้อยที่สุด

เราขอแสดงความยินดีที่ท่านได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นในทันทีเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อให้การสอบสวนดังกล่าวสามารถส่งผลในการช่วยลดรุนแรงในภาคใต้ของประเทศไทยนั้น จำเป็นจะต้องเป็นการสอบสวนที่แท้จริง โดยมีความน่าเชื่อถือ และมีความชอบธรรม ไม่ใช่แค่เพียงจะใช้เป็น “บทเรียนสำหรับอนาคต” ตามที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ ผลการสอบสวนครั้งนี้จะต้องได้รับความสนใจมากกว่าข้อสรุปของคณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นเพื่อให้สอบสวนเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า ระดับของการใช้กำลัง และประเภทของอาวุธที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง [ในการตอบโต้การปฏิบัติการของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ] นั้น “ถือได้ว่าเกินสมควรแก่เหตุ” แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

รัฐบาลไทยได้บรรลุความสำเร็จอย่างมากในการยกระดับการเคารพสิทธิมนุษยชนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ในสมัยรัฐบาลของท่าน ประเทศไทยได้มีการละเมิดหลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชนเพิ่มมากขึ้น การที่รัฐบาลของท่านไม่มีการตอบสนองอย่างเพียงพอต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นผ่านๆ มา ได้ก่อให้เกิดสภาวะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถเหยียบย่ำหลักนิติธรรม และละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างไม่กลัวเกรงต่อการต้องแสดงความรับผิดชอบ ทั้งนี้ การทวีความเข้มข้นของบรรยากาศเช่นนี้มีความสัมพันธ์กับการเกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นที่มาของโศกนาฏกรรม และการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของประเทศไทย ในสัปดาห์นี้ เพื่อยุติแนวโน้มดังกล่าว ท่านจะต้องดำเนินการในทันทีเพื่อที่จะให้เกิดการแสดงความรับผิดชอบ และการเคารพสิทธิมนุษยชนขึ้นในประเทศไทย

เราหวังว่า จะได้รับความสนใจอย่างเร่งด่วนจากท่านในเรื่องที่ร้ายแรงนี้

แบรด อดัมส์
ผู้อำนวยการบริหาร แผนกเอเซีย
องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์